George Frideric Handel
George Frideric Handel
George Frideric Handel | จอร์จ ฟริเดอริก แฮนเดล
ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย
เกิด : 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 เมืองฮาลเล(Halle) ประเทศเยอรมัน
ตาย : 14 เมษายน ค.ศ. 1759 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
สัญชาติ (Nationality)
German, English
เยอรมัน แล้วจึงโอนสัญชาติเป็นอังกฤษในภายหลัง
German born English composer
ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)
ยุคบาโรค หรือ บาร็อค ค.ศ.1450 - 1600
Baroque Period 1450 - 1600
ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)
Water Music, Royal Fireworks Suite, Messiah, Six Organ Concertos, Zadok the Priest,
Rinaldo ,Dixit Dominus HWV 232
อัตชีวประวัติ (Biography)
จอร์จ ฟริเดอริก แฮนเดล เป็นนักดนตรีชาวเยอรมัน เกิดในยุคเดียวกับบาคผู้มีชื่อเสียง ชื่อของเขาเขียนได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Händelแบบเยอรมัน Haendel แบบฝรั่งเศส และตั้งแต่เขาย้ายไปตั้งรกรากในประเทศอังกฤษ เราก็นิยมเขียนชื่อเขาโดยไม่มีเครื่องหมายอุมเล้าบนตัวเอ ('ä') เป็น Handel
บิดาของแฮนเดลใฝ่ฝันให้แฮนเดลประกอบอาชีพทางด้านกฎหมาย แต่ตัวแฮนเดลเองกลับไปหลงไหลในเสียงดนตรี เขาเริ่มเรียนการแล่นออร์แกนกับเซนต์ ไมเคิล(St. Michel's) ที่เมืองฮาลเล รวมทั้งเรียนวิธีการแต่งเพลงด้วย นอกจากออร์แกนแล้ว แฮนเดลยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้เป็นอย่างดีอีกหลายชนิด ได้แก่ ฮาร์ปซิคอร์ด ไวโอลิน และโอโบ เขาเริ่มประพันธ์เพลงสำหรับเครื่องดนตรีและสำหรับขับร้องตั้งแต่วัยเยาว์ แฮนเดลคุ้นเคยกับเพลงของฝรั่งเศสและเพลงของอิตาลี ทั้งนี้เนื่องมาจากครูที่สอนเขามีห้องสมุดดนตรีขนาดใหญ่ซึ่งมีผลงานเพลงไว้ให้เขาได้มีโอกาสได้เข้าไปศึกษาค้นคว้าเป็นจำนวนมาก
ในปี ค.ศ. 1702 เมื่อแฮนเดลมีอายุได้ 17 ปี เขาสามารถสอบเข้าเรียนด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยของเมืองฮาลเล(University of Halle) แต่ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะเป็นนักดนตรีเล่นออร์แกนประจำโบสถ์ที่เมืองฮาลเล ต่อมาเขาได้ย้ายไปเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน เขาถูกจ้างมาเล่นดนตรีในโรงละครโอเปร่า ครั้งแรกในฐานะนักไวโอลินและต่อมาเป็นคนเล่นฮาร์พซิคอร์ด เมื่ออายุมากขึ้นประสบการณ์การเล่นดนตรี
ก็มากขึ้นด้วย แฮนเดลกลายเป็นนักออร์แกนที่โดดเด่นและมักจะเดินทางไปแสดงทั่วยุโรป แฮนเดลได้เดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ และได้แสดงผลงานจนเป็นที่ยอมรับของชาวอังกฤษ ที่ประเทศอังกฤษเขาได้แต่งโอเปร่าเป็นครั้งแรก คือเรื่อง Rinaldo และได้นำออกแสดง ณ โรงละคร Queen's Theater เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 1711 มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมและทำให้เขาเกิดความมั่นใจมากขึ้น เขาได้รับการสนับสนุนจาก
ราชสำนักของอังกฤษ พระราชินีพระราชทานเงินเป็นรายปีให้กับเขาด้วย ใน ค.ศ. 1717 แฮนเดลได้แต่งเพลงชื่อ Water Music ถวายพระเจ้าจอร์ช ที่ 1 เพื่อนำไปให้นักดนตรีใช้บรรเลงภายในเรือขณะเสด็จประพาสอยู่ในแม่น้ำเทมส์ ผลจากการแสดงดนตรีถวายระหว่างเสด็จทางเรือในครั้งนี้ ทำให้แฮนเดลกลายเป็นคนโปรดของพระเจ้ายอร์ชที่ 1
ผลงานเพลงที่ทำให้แฮนเดลได้รับความชื่นชมจากคนอังกฤษอีกครั้งหนึ่งก็คือบทเพลงโอราทอริโอ เมไซยาห์ (Oratorio Messiah) เริ่มเขียนในปี ค.ศ. 1741 และได้นำออกแสดงครั้งแรกเมื่อ 13 เมษายน ค.ศ. 1742 ที่เมืองดับลิน ณ ห้องแสดงดนตรีที่ถนนฟิชแชมเบิ้ล ในการแสดงเมสไซยาห์รอบแรกที่ลอนดอนต่อหน้าพระพักตร์ พระเจ้าจอร์จที่ 2 ของอังกฤษ เมื่อดนตรีบรรเลงมาถึงท่อนฮาเลลูยาห์คอรัส พระเจ้าจอร์จที่ 2
ทรงประทับยืนขึ้น พร้อมกับที่ผู้ชมทั้งหอประชุมพากันลุกขึ้นยืนตาม จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบันว่าเมื่อมีการแสดงเพลงนี้ครั้งใด ผู้ชมทั้งหมดจะต้องลุกขึ้นยืน
เพลง Royal Fireworks Suite (HWV 351 ) คือผลงานที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งผลงานของแฮนเดล เป็นเพลงชุด(Suite) แต่งสำหรับบรรเลงด้วยวงเครื่องลมไม้ในปี ค.ศ. 1749 ในรัชสมัยของพระเจ้าจอร์ชที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เพลงนี้ใช้บรรเลงในขณะจุดดอกไม้ไฟที่สวนสาธารณะกรีนพาร์ค ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 1749 ในพิธีเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของสงครามระหว่างอังกฤษกับออสเตรีย ซึ่งได้ลงนามใน
สนธิสัญญาในปี ค.ศ. 1748
สุดท้ายของชีวิต แม้ว่าแฮนเดลจะเป็นคนตาบอด เขาก็ยังยึดอาชีพนักออร์แกน และยังแต่งเพลงอยู่ โดยอาศัยการบอกโน้ตให้เพื่อนจดบันทึก ในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1759 เขาได้แสดงบทเพลง Messiah เป็นครั้งสุดท้ายและทำหน้าที่เป็นวาทยกร(Conductor)เอง ในขณะที่กำลังป่วยอยู่ เขาได้เสียชีวิตลงในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1759 ศพของเขาได้ถูกฝังไว้ที่โบสถ์เวสต์มินสเตอร์(Westminster) ในพิธีฝังศพของแฮนเดล
ได้มีประชาชนไปร่วมในพิธีมีจำนวนมากกว่า 3,000 คน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น