Sergei Rachmaninov

Sergei Rachmaninov

Sergei Rachmaninov : เซอร์เก รัคมานินอฟฟ์

  ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย  

เกิด : 1 เมษายน 1873  เมือง Semyonovo ประเทศรัสเซีย

ตาย : 28 มีนาคม 1943 เมืองเบฟเวอร์ลี่ย์ฮิลล์  รัฐแคลิฟฟอร์เนีย  ประเทศสหรัฐอเมริกา(Beverly Hills, CA, USA)

สัญชาติ (Nationality)

ชาวรัสเซีย

Russian

ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)

ยุคโรแมนติก ค.ศ.1820 - 1910

Romantic Period 1820 - 1910

ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)

 Five Pieces, Op.3, The Rock (a tone poem), First Piano Sonata, four Piano Concertos, Rhapsody on a Theme of Paganini, and Aleko, an opera. Piano Concerto in F# minor, Prelude in C# minor,

อัตชีวประวัติ (Biography)

            เซอร์เก วาสซิลเยวิค รัคมานินอฟฟ์ (Sergei Vassilyevich Rachmaninoff)  เกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีของรัสเซีย แม่ พ่อ และปู่ เล่นเปียโน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาแสดงความสามารถพิเศษด้านดนตรีที่เหนือกว่าเด็กคนอื่นๆ  เมื่อเขาอายุได้  9 ขวบ พ่อแม่ของเขาก็หย่าร้างกัน  ทรัพย์สมบัติของครอบครัวถูกขายไป  เขาได้มาอยู่กับแม่ และพี่น้อง ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  เมืออายุได้ 10 ขวบ ได้เข้าไปเรียนดนตรีที่ St. Petersburg Conservatoire  เขาได้เรียนการเล่นเปียโนและการประสานเสียง  เมื่ออายุได้ 12 ปี ได้ไปเรียนดนตรีที่ The Moscow Conservatoire  เป็นนักเรียนประจำ พักอยู่ที่บ้านของครูและเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่นอีกสามคน  ทำการฝึกซ้อมเปียโนวันละ 3 ชั่วโมงทุกวัน และ ณ สถานที่แห่งนี้เขายังได้พบกับปีเตอร์ อีลิทซ์ ไชคอฟสกี  ซึ่งไชคอฟสกีรับรู้ได้ว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ด้านดนตรี และยังให้คำแนะนำสั่งสอนให้กับรัคมานินอฟฟ์ไปด้วย

              รัคมานินอฟฟ์จบการศึกษาด้านการนักเปียโนในปี ค.ศ. 1891 ได้รับรางวัลเหรียญทองขนาดใหญ่จากโอเปราเรื่อง Aleko และได้เขียนเพลงแต่งเพลงคอนแชร์โตสำหรับเปียจบเป็นเพลงแรก คือ Piano Concerto in F# minor และยังได้เขียนเพลงสำหรับเปียโนอีกเพลงหนึ่งที่มีชื่อว่า Five Pieces, Op. 3  รวมทั้งบทเพลงที่ทำให้เขามีชื่อเสียงด้านเปียโนอีก 1 เพลง คือ Prelude in C# minor  หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นนักแสดงเปียโนมืออาชีพ และยังเป็นผู้กำกับวงดนตรีอีกด้วย

                รัคมานินอฟฟ์เริ่มแต่งพลงซิมโฟนี  พร้อมกับรับจ้างสอนเปียโนและรับจ้างบรรเลงเปียโนไปด้วย  เมื่อเพลงซิมโฟนีบทแรกของเขาได้นำออกแสดงเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1897 บทเพลงของเขาได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ทำให้รัคมานินอฟฟ์สูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง จนต้องเข้ารับการดูแลรักษากับจิตแพทย์เพื่อให้เขามีความเชื่อมั่นกลับมาเหมือนเดิม

               หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนของเขาได้เสนอให้รัคมานินอฟฟ์มาทำหน้าที่ผู้กำกับวงดนตรีที่ Moscow Opera House ซึ่งรัคมานินอฟฟ์ก็ได้รับงานนี้ และการทำหน้าที่ผู้กำกับวงดนตรีแห่งนี้เองที่ได้ช่วยทำให้เขามีความเชื่อมั่นกลับมา  เขาได้เดินทางไปแสดงเปียโนและเป็นผู้กำกับวงดนตรีที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี  ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้เขาได้ถูกเชิญไปแสดงที่ประเทศอังกฤษอีกครั้งในปี คศ. 1899-1900

                ในปี ค.ศ. 1902 เขาได้แต่งงานกับนาตาลี ซาตินา (Natalie Satina) และได้เริ่มกลับมาแต่งเพลงใหม่อีกครั้ง เขาก็ยังยึดอาชีพนักเปียโนและผู้กำกับวงดนตรี ในปี ค.ศ. 1906 ได้พาครอบครัวย้ายไปที่เมืองเดรสเดน(Dresden) ประเทศเยอรมัน ได้เริ่มแต่งซิมโฟนีบทที่ 2  และเปียโนโซนาตาหมายเลข 1  (Piano Sonata No.1)  เขาได้แต่งเพลงเปียโนคอนแชร์โตลำดับที่ 3 เพื่อไปแสดงที่สหรัฐอเมริกา 20 รอบ และแสดงที่กรุงนิวยอร์คซ้ำ 2 รอบ การแสดง 1 รอบที่กรุงนิวยอร์คนั้นอยู่ภายใต้การกำกับวงของกุสตาฟ มาห์เลอร์ (Gustav Mahler)  การแสดงที่อเมริกาประสบผลสำเร็จ เขาได้รับการทาบทามให้มาเป็นผู้อำนวยการวงดนตรีบอสตันซิมโฟนี แต่รัคมานินอฟฟ์ปฏิเสธ และได้กลับไปทำงานด้านดนตรีที่ประเทศรัสเซีย

                เมื่อเกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในประเทศรัสเซีย เมื่อเดือน พฤศจิกายน 1917  รัคมานินอฟฟ์ได้พาครอบครัวท่องเที่ยวที่สแกนดิเนเวีย  และได้ไปตั้งหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้เปิดการแสดงคอนเสิร์ต บันทึกการบรรเลงดนตรี  เริ่มเดินทางตระเวณแสดงดนตรีที่ยุโรปและอเมริกา  แสดงการบรรเลงเปียโนเป็นพิเศษในบทเพลงของโชแปง  ชูมานน์ ลิสต์ และผลงานการประพันธ์ของตัวเขาเองด้วย  เขาได้บันทึกการบรรเลงเปียโนคอนแชร์โต 4 เพลง และบันทึกการกำกับวงดนตรีในบทเพลงซิมโฟนีลำดับที่ 3 ของเขาด้วย  

                ในปี ค.ศ. 1931 รัคมานินอฟฟ์ได้ซื้อบ้านอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งอยูบนทะเลสาบลูเซอร์น(Lucerne) เขามีความสุขกับการได้มาพักผ่อนที่นี่  สมาคมวงรอแยลฟิลฮาร์โมนิคของอังกฤษ(English Royal Philharmonic Society) ได้มอบรางวัลเหรียญทองขนาดใหญ่ให้กับรุคมานินอฟฟ์  ประเทศรัสเซียได้เชิญให้เขาส่งผลงานเพลงกลับไปแสดงที่ประเทศรัสเซีย รัคมานินอฟฟ์ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และได้เป็นมากขึ้นทุกที แต่เขาก็ยังรับการแสดงดนตรีอยู่ตลอด เขาได้แสดงดนตรีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1943 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 1943 ศพของเขาถูกฝังไว้ที่สุสานเคนซิโก(Kensico) ใกล้กับกรุงนิวยอร์ค

                ถึงแม้ว่าผลงานของรัคมานินอฟฟ์ส่วนใหญ่จะอยู่ในศตวรรษที่ 20 แต่อารมณ์ความรู้สึกของบทเพลงเหมาะสมกับยุคโรแมนติกมากกว่า จึงได้จัดให้รัคมานินอฟฟ์เป็นสังคีตกวีในยุคโรแมนติก   

   

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คาร์ล แชร์นี (เยอรมัน: Carl Czerny)

โกล้ด เดอบูซี (Claude Debussy)

คาร์ล ออร์ฟ (Carl Orff)